กระคือ-01.png

กระคืออะไร เป็นแล้วต้องรักษาไหม อันตรายหรือเปล่า

แชร์บทความนี้
Line-01-01.png
Fackbook-01.png
shutterstock_1785128.jpg

   ขึ้นชื่อว่าริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า ใครๆก็คงไม่อยากจะให้มี แต่บางครั้งก็ยากที่เราจะหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดขึ้นเองของร่างกายอย่างรอย “กระ” หลายคนไม่ทราบว่า “กระ” คืออะไร เป็นแล้วต้องรักษาไหม มีอันตรายหรือเปล่า ทำไมจู่ๆ ผิวหนังของเราโดยเฉพาะบริเวณใบหน้าถึงมีรอยจุดกระดำกระด่างกระจายไปทั่วได้ วันนี้เรามาหาคำตอบกันเพื่อคลายความกังวลใจกัน  

กระคืออะไร

         “กระ” คือจุดสีน้ำตาลขนาดเล็ก ที่กระจายตัวอยู่ตามผิวหนังส่วนต่างๆ ของร่างกาย จุดสีน้ำตาลขนาดจิ๋วๆ เหล่านี้ เกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสีหรือเมลานินทำงานผิดปกติ จนเกิดการสร้างเม็ดสีมากขึ้น เกิดเป็นริ้วรอยหรือจุดด่างดำเล็กๆ ที่เรียกว่า “กระ” ทั้งนี้ “กระ” สามารถเกิดขึ้นได้บนผิวหนังทุกบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า หรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย และสามารถเกิดได้กับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติ  เพียงแต่สามารถพบเห็นได้มากในคนผิวขาว จึงทำให้หลายคนคิดว่าคนเอเชียหรือคนไทยไม่น่าจะเป็น “กระ” ได้ นั่นเอง

close-up-portrait-tender-young-redhead-f
กระคืออะไร
กระคืออะไร
กระคืออะไร
กระคืออะไร

“กระ” เกิดจากอะไร

- แสงแดด สภาวะแวดล้อมต่างๆ

          “กระ” ได้ง่าย นั่นเป็นเพราะว่ารังสียูวีจากแสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ไปกระตุ้นให้เมลาโนไซต์ซึ่งเป็นเซลล์ผลิตสารสีเมลานิน ผลิตเม็ดสีชนิดนี้เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดจุดกระสีน้ำตาลเข้มกระจายไปทั่วไปใบหน้าหรือผิวหนัง ทั้งนี้ แสงแดดสามารถทำให้ “กระ” กระจายวงกว้างมากขึ้น และอาจจะทำให้สีเข้มยิ่งขึ้นได้ด้วย นอกจากแสงแดด แสงจากหน้าจอมือถือ หรือจอสมาร์ทโฟนก็ส่งผลเช่นเดียวกันอีกด้วย

กระคืออะไร

พันธุกรรมและสีผิว

          นอกจากแสงแดดแล้ว ความเสี่ยงทางพันธุกรรมเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกระ บนร่างกาย  นั่นหมายความว่าหากคุณพ่อคุณแม่ของเรามีกระ ก็มีโอกาสอย่างมากที่เราจะมีกระด้วย แม้ว่าจะเผชิญแสงแดดน้อยกว่าคนอื่นๆ  นอกจากนี้ คนที่มีผิวค่อนข้างขาวจะมีโอกาสเป็นกระได้มากกว่าคนผิวเข้ม นั่นก็เป็นเพราะว่าคนผิวขาวนั้น ผิวมีสารเมลานินน้อยอยู่แล้วเมื่อเผชิญแสงแดด เม็ดสีที่เพิ่มขึ้นจึงไม่สม่ำเสมอ เกิดเป็นกระแทนที่ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำสม่ำเสมอนั่นเอง

กระคืออะไร

กระมีกี่ประเภท

Gluta Plus2-01.png

Melasma Set เซตลดฝ้ากระ

มีส่วนผสมของ อัลฟ่า อาร์บูติน กรดโกจิก วิตามินบี 3 กลูต้าไธโอน สารสกัดธรรมชาติที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้สีผิวสม่ำเสมอและกระจ่างขึ้น และยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอีกด้วย

กระ” แบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก คือ กระทั่วไป กระแดด และกระเนื้อ ดังนี้

1. กระทั่วไป (Freckle, Ephelis)

กระทั่วไปมีลักษณะเป็นสีแทน น้ำตาลออกแดง หรือน้ำตาลอ่อน รูปร่างกลมเป็นจุดเล็ก โดยส่วนใหญ่จะพบได้มากในผู้ที่มีสีผิวค่อนข้างขาว และในครอบครัวที่มีพันธุกรรมของกระชนิดนี้

กระคืออะไร
กระทั่วไป (Freckle, Ephelis)

2. กระแดด (Lentigo)

กระแดด มีลักษณะที่แตกต่างจากกระทั่วไปคือมักจะมีโทนสีที่เข้มกว่า เป็นสีแทนออกน้ำตาลเข้ม หรือดำ มักจะปรากฏตามบริเวณที่สัมผัสแสงแดด เช่น ใบหน้า หลังส่วนบน ไหล่ หรือหลังมือ  กระจากแสงแดดพบได้มากในผู้สูงอายุซึ่งเป็นผลมาจากการเผชิญแสงแดดเป็นเวลายาวนาน กระชนิดนี้จะส่งผลให้ผิวดูหมองคล้ำไม่กระจ่างใส

กระคืออะไร
กระแดด (Lentigo)

3. กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis)

กระเนื้อ มีลักษณะเป็นติ่งเนื้อขนาดเล็กคล้ายหูดนูนขึ้นมาจากผิวหนัง มักพบตามใบหน้า หน้าอก หลังและไหล่  โดยส่วนใหญ่แล้วพบในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการที่ผิวต้องเผชิญแสงแดดหรือผลภาวะสะสมเป็นระยะเวลานานจึงเกิดเป็นกระเนื้อขึ้นมา ทั้งนี้ ไม่ได้ทำให้เจ็บปวดหรืออันตราย ยกเว้นแต่ทำเป็นปัญหาในด้านความสวยงามนั่นเอง

กระคืออะไร
กระคืออะไร
กระคืออะไร
กระคืออะไร
กระคืออะไร

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

web_201109.jpg

ฝ้ารักษายาก แต่รักษาได้

ในปัจจุบันการเลือกใช้ครีมรักษาฝ้า เป็นทางเลือกในการรักษาฝ้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด...อ่านต่อ

หน้าเนียนใส-01.png

รักษาฝ้า หน้าเนียนใส ไร้ปัญหาผิว

เชื่อว่าสาวๆ ทุกคน เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเลข 3 เลข 4 ก็มักจะมีฝ้ามาเยือนบนใบหน้า...อ่านต่อ

ฝ้า กระ ต่างกันอย่างไร-01.png

ความแตกต่างของฝ้า - กระ และวิธีรักษาด้วยธรรมชาติ

ฝ้า-กระ คือริ้วรอยที่เกิดจากการที่ผิวผลิตเมลานินมากเกินไป....อ่านต่อ

กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis)

กระ เป็นอันตรายหรือไม่ เป็นแล้วต้องรักษาไหม

          “กระ”  ไม่ว่าจะเป็นกระทั่วไป กระจากแสงแดด หรือแม้แต่กระเนื้อ ไม่ถือว่าเป็นอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย ไม่ได้ทำให้เจ็บปวดหรือเป็นข้อบ่งชี้ของโรคร้าย (ยกเว้นสังเกตเห็นอาการผิดปกติ เช่น กระกระจายวงกว้างกะทันหัน มีอาการเจ็บก็ควรพบแพทย์ตรวจวินิจฉัย)  ทั้งนี้ แม้ว่ากระจะไม่มีอันตรายสุขภาพ แต่ในด้านความงามนั้น คนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากจะปล่อยให้จุดด่างดำอย่างกระมารบกวนความกระจ่างใสของผิวหนัง เพราะทำให้เสียความมั่นใจ เสียบุคลิกภาพ โดยเฉพาะกระบนผิวหน้า ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะหาทางรักษากระให้จางลงแม้ว่ากระจะไม่ได้ทำให้เจ็บปวดก็ตาม

กระคืออะไร

แนวทางการรักษา “กระ” อย่างปลอดภัย

          การรักษาเพื่อลดเลือน หรือกำจัด “กระ” มีด้วยกันหลายวิธี เช่น การรักษาด้วยเลเซอร์ การรักษาด้วยการผลัดเซลล์ผิวหนัง (Chemical Peels)  แต่วิธีที่ง่าย ปลอดภัย และได้รับความนิยมอย่างมากก็เป็นการใช้ครีมเพื่อลดเลือนริ้วรอยกระ  ซึ่งครีมลดเลือนกระที่ดีนั้น ควรมีกลไกลในการทำงานที่ครบถ้วน ทั้งช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้ในการผลิตเม็ดสี ทำให้การสร้างเม็ดสีส่วนเกินลดลง เช่น มีสารในกลุ่มอาร์บูติน  โกจิก เอซิด และควรมีกรดทรานซามิค ซึ่งฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบของผิว ยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้การสร้างเม็ดสี ช่วยฟื้นฟูชั้นผิวหนัง รักษา ฝ้า กระ ให้จางลง นอกจากนี้สารสกัดในกลุ่มวิตามินบี 3  ก็สามารถช่วยในการสร้างเคราตินเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยในการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอยต่าง ๆ และป้องกันผิวจากแสงแดด ทำให้ลดการเกิดกระได้เป็นอย่างดี

          สำหรับใครที่กำลังกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องของ“กระ”บนผิวหน้า หรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย ก็คงสบายใจขึ้นได้แล้วว่า “กระ” ไม่เป็นอันตราย ไม่ใช่โรคร้ายที่ต้องกลัวหรือกังวล ที่สำคัญสามารถที่จะป้องกันและรักษาให้ลดเลือนหรือจางลงได้ สำหรับใครที่ไม่อยากจะให้กระ กระจายเต็มผิวหน้า หรือไม่อยากให้กระมีความเข้มเพิ่มมากขึ้น ก็ต้องหมั่นดูแลตัวเอง ปกป้องใบหน้าและผิวจากแสงแดด หาครีมลดเลือน “กระ” มาใช้ หากใช้ครีมที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดก็สามารถลดเลือนรอย“กระ” ได้เป็นอย่างดี

สินค้าแนะนำ